จ้างทำเว็บไซต์ ราคาเท่าไหร่? สรุปงบประมาณและค่าใช้จ่ายปี 2026
การจ้างทำเว็บไซต์ในปัจจุบันถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเว็บขายของ E-Commerce ทำเว็บบริษัท หรือทำเว็บอสังหาฯ ทั่วไป โดยในตลาดมีผู้ให้บริการไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ บริษัทรับทำเว็บไซต์ หรือ Digital Agency จำนวนมาก แต่การเลือกผู้ให้บริการที่ดีและคุ้มค่านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
คำถามยอดฮิตที่เจ้าของธุรกิจสงสัยคือ “จ้างทำเว็บไซต์ ราคาเท่าไหร่?” ซึ่งจริงๆ แล้วราคาจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายและขอบเขตงาน แต่เพื่อให้คุณวางแผนงบประมาณได้ง่ายขึ้น ผมได้สรุป ช่วงราคากลาง (Estimated Price Range) ในตลาดประเทศไทยปัจจุบัน แบ่งตามประเภทของเว็บไซต์ไว้ดังนี้ครับ
| ประเภทเว็บไซต์ | งบประมาณโดยประมาณ | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| Sale Page / Landing Page (เว็บไซต์หน้าเดียว) | 5,000 – 15,000 บาท | สินค้าชิ้นเดียว, ยิงโฆษณา, เน้นปิดการขายเร็ว |
| Corporate Website (แบบใช้ Template สำเร็จรูป) | 15,000 – 25,000 บาท | ธุรกิจเริ่มต้น, ต้องการแค่มีหน้าเว็บไว้แปะนามบัตร, ไม่เน้นดีไซน์มากนัก |
| Corporate Website (Business Standard / เว็บไซต์ WordPress ) | 30,000 – 150,000 บาท | แบรนด์ที่ต้องการเอกลักษณ์, ความน่าเชื่อถือสูง, รองรับ SEO เต็มรูปแบบ, ปรับแต่งได้ตามต้องการ |
| E-Commerce Website (ระบบตะกร้าสินค้า) | 35,000 – 150,000+ บาท | ขายสินค้าหลายรายการ, ตัดบัตรเครดิต, มีระบบสมาชิก |
| Web Application (เขียนโค้ดขึ้นใหม่ทั้งหมด) | 150,000 – 1,000,000+ บาท | Platform เฉพาะทาง, Startup, ระบบซับซ้อนสูง |
หมายเหตุ: ราคานี้เป็นราคาประเมินเบื้องต้นในตลาด อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และผู้ให้บริการ
ค่าใช้จ่ายแฝง (Recurring Costs) ที่ต้องจ่ายรายปี
นอกจากค่าจ้างรับทำเว็บไซต์ก้อนแรกแล้ว อย่าลืมเผื่องบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายรายปีเพื่อรักษาเว็บไซต์ให้คงอยู่ด้วยครับ:
- Domain Name (ชื่อเว็บไซต์): ประมาณ 400 – 1,000 บาท/ปี (เช่น .com, .co.th) เปรียบเสมือนเลขที่บ้านในโลกออนไลน์
- Hosting / Server (พื้นที่ฝากเว็บไซต์): ประมาณ 1,500 – 5,000+ บาท/ปี (ขึ้นอยู่กับความเร็วและขนาดพื้นที่) เปรียบเสมือนที่ดินสำหรับสร้างบ้าน
- Maintenance Service (ค่าดูแลรายปี): หากคุณไม่มีทีมดูแลเอง อาจต้องจ้างดูแลความปลอดภัย อัปเดตปลั๊กอิน แก้ปัญหาเว็บล่ม และอัปเดตคอนเทนต์ในเว็บไซต์ ราคาอาจอยู่ที่ 10,000 – 30,000 บาท/ปี
เมื่อทราบช่วงราคาเบื้องต้นแล้ว ทีนี้เรามาดูกันครับว่า “ทำไมราคาถึงต่างกัน?” และจะมีวิธีเลือกผู้ทำเว็บอย่างไรให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากที่สุด ใน 7 เคล็ดลับด้านล่างนี้ครับ
1. วางแผนและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

ก่อนเริ่มทำเว็บ ควรรู้ขอบเขตงานว่าอยากให้เว็บมีอะไรบ้าง
ก่อนจะเลือกจ้างทำเว็บไซต์ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการวางแผนและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนของเว็บไซต์ว่าต้องการให้เป็นอย่างไร เช่น ต้องการขายสินค้าออนไลน์ ต้องการประชาสัมพันธ์แบรนด์ หรือต้องการแสดงประกาศในเว็บอสังหาฯ เป็นต้น เมื่อรู้เป้าหมายแล้วจะทำให้การเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ง่ายขึ้นครับ
พอได้ตรงนี้มาแล้ว ลองมาแตกออกดูครับว่าภาพรวมอยากให้เว็บเป็นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง
- ทำให้ใครดู กลุ่มลูกค้าประเภทไหน เจาะเฉพาะ B2B หรือเปล่า
- ต้องการให้ผู้ชมปฎิสัมพันธ์กับเว็บอย่างไร เช่นอยากให้ซื้อออนไลน์ได้เลย หรืออยากให้กดแอดไลน์มาคุยเองและใช้เว็บเป็นหน้าร้านเฉย ๆ
- ซับซ้อนขึ้นมาหน่อย ก็เป็นอยากให้เว็บมีระบบอะไรบ้าง เช่นให้เว็บขายของออนไลน์ได้เลย กดลงตะกร้าตัดบัตรเครดิตได้ หรือทำเว็บบริษัททั่วไปที่แสดงข้อมูล และกรอกฟอร์มติดต่อหากสนใจสินค้าหรือบริการ เป็นต้น
- อยากนำเว็บไซต์ไปใช้อย่างไร เช่นใช้เป็นโปรไฟล์อย่างเดียว หรือใช้เน้นเก็บ Lead จากการทำโฆษณา หรือใช้ทำ Online Marketing แบบเต็มสูบ
และอาจลองหาก Website Reference มาเป็นแนวทาง 2-3 เว็บก็ได้ครับว่าอยากได้แบบไหน
สามารถอ้างอิงจากบทความต่อไปนี้เพื่อเป็นแนวทางได้เลยครับ
สิ่งที่เกิดขึ้น บ๊อยบ่อย
ยกตัวอย่างเช่นบทสนทนาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในวงการ ที่มีชื่อเล่น ๆ ว่า Technical Bankruptcy (ลองหาอ่านบทความได้ครับ ที่ การล้มละลายของซอฟต์แวร์ How to Avoid “Technical Bankruptcy” ผู้เขียนเขียนดีครับ)
- Client: ขอระบบนี้หน่อยนะ เพิ่งนึกออกว่าต้องมี
- Developer: ผมทำให้ ทันจันทร์ช่วงเช้านะครับ เพราะงานนี้ค่อนข้างซับซ้อน และเพิ่งเพิ่มเข้ามา ผมดูแล้วน่าจะมี Loophole เยอะ ขอเวลาทำเพิ่มนิดนึงนะครับ
- Client: ไม่ได้นะ พี่มีแผนจะ Launch ระบบนี้พร้อมเว็บด้วยเลยพรุ่งนี้ เอาอะไรง่าย ๆ ทำให้มันใช้ ๆ ได้ไปก่อนได้ไหม
- Developer: เอ่ออออออออ ได้ครับ
แล้ว Dev ก็ต้องทำยังไงก็ได้ให้งานมันออกมาเสร็จ ไม่ได้ออกมาดี เพราะประเมินไม่ทันครับ มันก็จะเกิดกลายเป็นหนี้ดี ๆ นี่เอง ที่วันนึงก็ต้องมารับภาระในสิ่งที่เคยทำไว้ หลายเคสก็ต้องรื้องานทำใหม่ทั้งหมดเลย รื้องาน = ใช้เงินมากขึ้นในการซ่อมครับ
ในงานเล็ก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีอะไรครับ แต่ถ้าเริ่มสเกลแล้ววันนึง มีปัญหาขึ้นมา มันจะเป็นภาระ และจะเสียทั้งสองฝ่ายครับ
เลี่ยงได้อย่างไร
ในงานทำเว็บไซต์ หรือพัฒนาระบบเว็บไซต์ จริง ๆ ก็จะมีไม่ค่อยจะกี่ข้อครับ เช่น
- สรุปขอบเขตงานให้ชัดเจนทั้งสองฝ่ายว่า ทั้งผู้จ้างและผู้รับจ้างว่าต้องมีระบบอะไรบ้าง
- ในอนาคตจะสเกลระบบอะไรบ้าง หรือมีภาพกว้างๆ ว่าอยากต่อเติมอย่างไร แจ้งผู้พัฒนาด้วยก็ดีและอาจเน้นย้ำว่าให้ในทำระบบให้รองรับในอนาคต
- เลือกผู้พัฒนาที่มือถึง และจัดการงานได้ดี เพราะจากข้อ 2) หากมีผู้พัฒนาที่ไม่ใส่ใจงาน และถึงเวลาต้องสเกลจริง ๆ จะมีปัญหา
2. เลือกระหว่างฟรีแลนซ์ บริษัท หรือ Agency
Put the right man on the right job ใช้ได้เสมอ
ตัวเลือกในการจ้างทำเว็บไซต์มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ บริษัท หรือ Agency ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เช่น ฟรีแลนซ์อาจจะราคาถูกกว่าแต่อาจมีความเสี่ยงด้านคุณภาพ ในขณะที่ บริษัทรับทำเว็บไซต์อาจมีราคาสูงกว่าแต่มีทีมงานที่พร้อมดูแลอย่างครบวงจร เป็นต้น
ทีนี้เรามาดูความต่างระหว่างการจ้างฟรีแลนซ์ทำเว็บ บริษัททำเว็บหรือ Digital Agency กันนะครับ
จ้างฟรีแลนซ์ทำเว็บ
เริ่มต้นที่: หลักพันต้น ๆ – หลักหมื่นกลาง ๆ / ปลาย ๆ
เหมาะกับ: ผู้ประกอบการที่มีงบไม่มาก หรืออยากได้โปรเจคไม่ใหญ่มาก และคุยงานกับคนทำโดยตรง

การจ้างฟรีแลนซ์ออกแบบเว็บไซต์มักจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ สำหรับผู้ประกอบการที่อยากได้เว็บไซต์ในราคาไม่แพงครับ เนื่องจากสายงานนี้ ถ้าพูดตรง ๆ จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมที่เคยเป็นฟรีแลนซ์เอง ก็คือสามารถเริ่มต้นได้ไม่ยากเท่าสายงานอื่นครับ เลยทำให้มีคนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ หรือคนที่ลาออกจากงานประจำมา หรือคนที่เปลี่ยนสายงานมาทำสามารถออกมารับงานได้ง่ายครับ
ซึ่งนอกจากในส่วนของราคาที่ฟรีแลนซ์สามารถให้ได้แล้ว ก็จะมีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง และหากฟรีแลนซ์ประสบการณ์ทำเว็บสูง ๆ หรือเคยร่วมงานใหญ่ ๆ มาแล้ว (และคุยง่าย ๆ) และที่สำคัญก็คือการคุยงานโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินหรือเรื่องงานครับ ฟรีแลนซ์ก็จะเป็นตัวเลือกนึงที่น่าสนใจครับ แต่ทั้งนี้ก็จะมีข้อที่ต้องแลกหากเจอเจ้าที่ไม่ดีด้วยครับ
ข้อดี
ข้อเสีย
จ้างบริษัททำเว็บ
เริ่มต้นที่: หลักหมื่นต้น ๆ / กลาง – หลักแสนกลาง ๆ / ปลาย ๆ
เหมาะกับ: ผู้ประกอบการที่มีงบระดับหนึ่ง ที่ต้องการการทำเว็บครบวงจรและทีมที่ดูแลเว็บโดยตรง

การเลือกบริษัทมาทำเว็บ ข้อดีหลัก ๆ เลยนั่นคือโดยส่วนใหญ่แล้ว นอกจากความน่าเชื่อถือที่มีมากกว่าแล้ว บริษัทที่ให้บริการทำเว็บ มักจะพ่วง Service อื่น ๆ มาด้วย เช่นทำอันดับ Google หรือการทำ SEO นั่นเอง หรือบริการดูแลเว็บไซต์ที่มีทีมงานชัดเจน จะทำให้การกำหนดแนวทางหรือทิศทางการทำเว็บไซต์และการต่อยอดในอนาคตง่ายขึ้นนั่นเอง
โดยทั่วไปแล้วเมื่อมีโปรเจคเกิดขึ้น บริษัทก็จะ Assign ทีมมาให้ อาจประกอบไปด้วย AE, Designer, Developer และ Content Team แล้วแต่ขนาดโปรเจคและขนาดบริษัทครับ โดยแต่ละคนก็จะมีหน้าที่ของตัวเองชัดเจน และจะโฟกัสที่งานของตัวเอง ไม่เกี่ยงกัน จะทำให้ในแต่ละส่วนของโปรเจคได้รับการดูแลโดย Specialist โดยตรงเลยครับ
ข้อดี
ข้อเสีย
จ้าง Digital Agency
เริ่มต้นที่: หลักแสน+ เป็นขั้นต่ำ
เหมาะกับ: ผู้ประกอบการที่มีต้องการ Full Service ตั้งแตการทำเว็บจนถึงแผนการตลาดที่วัดผลได้จริง

นี่คือ Ultimate Boss ของการทำเว็บจริง ๆ คือการจ้าง Digital Agency มาดำเนินการด้านเว็บไซต์ครับ โดยเหมาะกับโปรเจคที่ใหญ่ ซับซ้อน ต้องใช้บริการหลากหลายเพื่อให้สินค้าหรือบริการที่คุณกำลังทำอยู่ เกิดจริง ๆ ครับ จนเว็บอาจเป็นแค่เพียงองค์ประกอบเดียวเท่านั้นสำหรับบางงาน
โดย Digital Agency ทั่วไปมักจะมีทีมที่เป็น Specialist จริง ๆ มาช่วยดูในทุกอย่างคล้ายของบริษัทครับ แต่จะลงลึกยิ่งกว่าทั้งในด้านผลลัพธ์ที่ลูกค้าและผู้ว่าจ้างจะได้รับ ความเชี่ยวชาญ และคุณภาพงานครับ โดยส่วนใหญ่แล้วทีมที่ดูแลเว็บไซต์ก็จะมีมาตรฐานที่สูง มี QA ชัดเจน และกระบวนการทำงานที่ละเมียดละไมมากทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาเลย โดยหลาย ๆ เจ้ามักจะเคยทำงานกับบริษัทที่เป็น High profile บริษัทมหาชนทั้งไทยและต่างประเทศมาแล้วครับ
Digital Agency มักจะไม่ได้ทำเว็บอย่างเดียวหากคุณตัดสินใจจ้างครับ เขามักจะแนะนำให้พ่วงหลาย ๆ อย่างเข้าไปด้วยเช่น Corporate Identity, Branding, Marketing Campaign, SEO/SEM Campaign, Media Campaign เป็นต้น เพราะอย่างที่ผมบอกครับ ถ้าคุณลงทุนใน Agency ผมแนะนำให้ทำให้ เกิดจริง ๆ ครับ
แต่ถ้าคุณจะจ้างทำเฉพาะเว็บอย่างเดียวก็ได้นะครับ แต่ผมจะแนะนำให้ลองคุยความต้องการอย่างละเอียดอาจดีกว่าครับ
ข้อดี
ข้อเสีย
3. พัฒนาเอง (Custom) หรือเลือกใช้ WordPress

โดยทั่วไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ บริษัท หรือ Digital Agency จะแนะนำหรือเลือกใช้ WordPress ในการสร้างเว็บไซต์ เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้ยืดหยุ่น ปรับแต่งต่อได้ง่าย มีธีมและปลั๊กอินให้เลือกมากมาย และยังสามารถปรับแต่งหรือตัดดีไซน์จาก UX/UI Designer ได้ตามต้องการ ซึ่งบริษัทรับทำเว็บไซต์ส่วนใหญ่ก็รองรับการทำเว็บด้วย WordPress
ข้อได้เปรียบ
แต่สำหรับบางเจ้าก็จะมี Software สำหรับพัฒนาเว็บ หรือทำเว็บด้วยเครื่องมือที่แตกต่างกันไป อาจเขียนเองด้วย Platform อื่น ๆ เช่น Shopify หรือใช้ Framework เช่น React หรือ Next.js หรือ Astro ซึ่งก็มักจะมีค่าบริการที่สูงขึ้นไป เนื่องจากต้องใช้ผู้พัฒนาโดยเฉพาะ ทั้งนี้ก็ขึ้นกับงานครับ
Right tool for the right job ยังใช้ได้เสมอ
ควรเลือกอย่างไร
- เว็บทั่วไป เว็บบริษัท หรือเว็บที่มีการอัพสินค้าแสดงในเว็บ หรืออัพเดทข่าวบริษัท ใช้ WordPress ก็ได้ครับ
- ในงานที่คล้าย ๆ กัน หลาย ๆ เจ้าโดยเฉพาะ Digital Agency ที่มักจะใช้กัน ก็จะเป็น Headless WordPress หรือ Framework ตัวอื่น ๆ ครับ ขึ้นกับงานและระบบ
- เว็บ E-Commerce ที่มีขนาดใหญ่ เชื่อม API เยอะหรือมีฟังค์ชั่นมากมาย อาจต้องพิจารณาใช้ Script อื่นครับ เช่น Magento หรือพัฒนาเอง
แล้วทำเว็บด้วย AI ล่ะ ได้ไหม

ได้ครับ และในปี 2026 นี้ทำได้ดีขึ้นเยอะมากกกก ไม่ว่าจะเป็น Lovable, v0, Claude Code/Claude Design หรือแม้กระทั่งคุยแชทกับ ChatGPT, Claude Chat, Gemini Hostinger AI ก็สร้างเว็บออกมาได้ในไม่กี่นาทีครับ
AI ทำเว็บได้ “เร็ว” ไม่ได้แปลว่าทำได้ “ดี” เสมอไป เหมาะกับ landing page, prototype หรือเว็บเล็ก ๆ ที่ไม่ซับซ้อนครับ แต่พอเริ่มสเกล มีระบบ ทำ SEO จริงจัง หรือต้อง maintain ระยะยาว ก็จะเจอปัญหาคล้าย ๆ Technical Bankruptcy ที่ผมพูดไปข้างบนเป๊ะ ๆ ครับ
และยิ่งไปกว่านั้นถ้าอยากให้เว็บไซต์ออกมาเวิร์คจริง ๆ หมายถึงว่าไปยิง Google Ads ก็ดี Google SEO ก็ดี สิ่งที่เราต้องยอมรับคือ AI ช่วยสร้าง Content ได้เร็วขึ้น ช่วยวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายได้แม่นขึ้น ช่วยยิง Ads ได้ฉลาดและแม่นขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ AI ยังไงก็ทำแทนไม่ได้… คือการเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ที่ปิดการขายไม่ได้ ให้กลายเป็นเว็บที่ปิดดีลได้ครับ
สรุปคือ AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่คนทำเว็บ Right tool for the right job ยังใช้ได้เสมอครับ
👉 อ่านเพิ่มเติม: รวมอัพเดต SEO และ AI Overview และแนวทางการทำเว็บไซต์ในยุค AI
WordPress ไม่ปลอดภัยจริงไหม เป็นเครื่องมือของคนมักง่ายหรือเปล่า
พูดแบบไม่เข้าข้างฝ่ายไหน คำตอบคือ ไม่ใช่ ครับ
WordPress มักจะถูก Stereotype ว่าโดนแฮ็คบ่อย ไม่ปลอดภัย โหลด ๆ ลงธีมลงปลั๊กอินก็เสร็จแล้ว เอาจริง ๆ ผมก็อยากให้มันง่ายแบบนั้นนะครับ แต่มีดอันนึงถ้าอยู่ในมือเชฟเก่ง ๆ ก็จะได้อาหารที่ดี อยู่ในมือคนที่ทำไม่เป็น ก็บาดนิ้วได้ครับ ซึ่งเป็นอะไรที่ Apply ได้กับแทบจะทุก Script เลย
ทั้งนี้การทำเว็บด้วย WordPress มีอย่างเดียวเลยคือต้องมี Best Practice ครับ ซึ่งเป็นส่วนที่ควรลองถามบริษัทที่รับงานอย่างมากว่ามีแนวทางการทำงานอย่างไรในส่วนนี้นะครับ
อ้อ เว็บ WordPress ใช้กันเกือบครึ่งโลกนะครับ วางใจได้ครับถ้าใช้งานถูกลักษณะและถูกวิธี
4. ตรวจสอบผลงานและรีวิวจากลูกค้า

ก่อนตัดสินใจเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ควรตรวจสอบผลงานและรีวิวจากลูกค้าที่เคยใช้บริการมาก่อน เพื่อดูคุณภาพของงานและความพึงพอใจของลูกค้า นอกจากนี้ยังควรขอดูตัวอย่างเว็บไซต์ที่ทำมาแล้วเพื่อประเมินฝีมือและความชำนาญของทีมงานด้วยครับ
ผมแนะนำดังนี้ครับ
- แนะนำให้ลองหาเพื่อนหรือผู้ที่มีความรู้มาช่วยดูแลสกรีนครัน
- ลองเลือกผลงานจาก Portfolio มา 1-2 งาน (เป็นไปได้ให้ลองนำงานที่เป็น High profile ถามดูครับ) และลองถามความรู้ดูครับว่าเขาได้ทำงานนี้จริง ๆ หรือเปล่า (เพื่อป้องกันการแอบอ้างผลงาน) เช่นถามว่าใช้อะไรทำ เทคโนโลยีอะไร แนวคิดการออกแบบ และคำถามทั่วไปครับ
- บริษัททำเว็บส่วนใหญ่จะบอกโดยดีเทลไม่ได้นะครับ ถ้าเป็นงานที่มีการเซ็นความลับ โดยเฉพาะเรื่องภายในหรือเรื่องราคางานครับ ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการวัดการตอบกลับครับว่าบริษัทหรือคนที่คนคุยอยู่อยากให้บริการแค่ไหน
- แนะนำให้ลอง Search ชื่อใน Google ก็ดีนะครับ หากจ้างฟรีแลนซ์ก็ควร Search ชื่อ-นามสกุล หากเป็นบริษัท ลองเซิร์ชชื่อเจ้าของบริษัทก็ดีนะครับ อาจมีหลายคนที่ทิ้งงานหรือโกง ก็จะได้เลี่ยงทันนะครับ
5. สอบถามขั้นตอน สัญญา และระยะเวลาในการทำงาน

ก่อนตกลงจ้างทำเว็บไซต์กับบริษัทรับทำเว็บไซต์ ควรสอบถามให้ชัดเจนถึงขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงาน ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้น เพื่อวางแผนในการใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเหมาะสม และป้องกันความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นได้ได้ครับ
และที่สำคัญการทำเว็บอย่างน้อยควรมีเอกสารสัญญาตกลงกันเกิดขึ้นครับ เช่นใบเสนอราคา สัญญาจ้างงาน เป็นต้น พร้อมเงื่อนไขการจ่ายเงิน และควรจะมีการเซ็นรับทราบทั้งสองฝ่ายครับ
6. ระบุข้อมูลที่ต้องการอย่างละเอียด

เพื่อให้ได้เว็บไซต์ที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด ควรระบุข้อมูลและความต้องการต่าง ๆ ให้บริษัทรับทำเว็บไซต์อย่างละเอียด เพื่อนำไปออกใบเสนอราคาหรือทำใบ Proposal ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทั่วไปอย่างจุดประสงค์การทำเว็บไซต์ กลุ่มเป้าหมาย บัทเจท หรือรายละเอียดทั่วไปอย่างเช่นเนื้อหา รูปภาพ สี ฟอนต์ หรือฟังก์ชันการใช้งาน ยิ่งให้ข้อมูลละเอียดมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้ขอบเขตงานที่ละเอียดขึ้น และได้เว็บไซต์ที่ถูกใจมากขึ้นเท่านั้น
สามารถอ้างอิงจากบทความต่อไปนี้เพื่อเป็นแนวทางได้เลยครับ
- แชร์เทคนิค ทำเว็บไซต์บริษัท องค์กร ธุรกิจ ให้ดูน่าเชื่อถือ แค่ 4 ข้อเท่านั้น!
- ทำเว็บไซต์ E-commerce ขายของออนไลน์ ต้องรู้อะไรบ้าง เริ่มยังไง ให้ ปัง!
7. เช็คราคาและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
สุดท้ายคือการเช็คราคาและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจจ้างทำเว็บไซต์ ควรขอใบเสนอราคาจากบริษัทรับทำเว็บไซต์หลาย ๆ ที่ และนำมาเปรียบเทียบทั้งในด้านของราคา ขอบเขตการทำงาน ระยะเวลา และการรับประกัน เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุด และค่อยตัดสินใจจ้างครับ
8. (ข้อแถม) ขั้นตอนการเลือกบริษัททำเว็บ หรือฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์ Step by Step
ผู้อ่านบางท่านอาจอ่านมาแล้วก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจว่าหลาย ๆ อย่างเป็นเรื่อง Technical มาก ๆ แบบนี้เรามาเริ่มกันดีกว่าครับ
- ทำตามหัวข้อ วางแผนและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และทำให้มีภาพรวมเว็บที่อยากทำก่อนครับ จะไปข้ออื่นไม่ได้เลยถ้าไม่ทำข้อนี้
- ลองหาเจ้าที่เคยร่วมงานด้วยกัน หรือหากไม่มี ลองเริ่ม Search จาก Google ก็ได้ครับ
- ลองเลื่อนดูในหน้าเว็บว่าเว็บไซต์ที่อยากได้ ทั้งเว็บของบริษัททำเว็บเองและผลงานในหน้า Portfolio คือสิ่งที่อยากได้ไหม เพราะนักออกแบบ นักพัฒนาและบริษัทต่าง ๆ ก็มักจะมีแนวทางหรือลายเส้นที่ต่างกันไป ขึ้นกับว่าชอบของใครครับ
- ลองดู Range ราคาว่ารับได้ไหม อยู่ในงบไหม
- ติดต่อสอบถามดูครับ ลองเล่ารายละเอียดโปรเจคดูว่าทางเจ้าที่ติดต่อไปมีแนะนำอย่างไร และลองดูไปในตัวว่าผู้ให้บริการแนะนำโอเคไหม มีความเข้าใจในงานที่เขาทำและมีความอยากช่วยคุณทำเว็บแค่ไหนนะครับ และที่สำคัญคุณสามารถวัดไปด้วยในตัวเลยว่า อยากร่วมงานด้วยกันไหม
- ผมแนะนำถามข้อมูลต่อไปนี้
- ยก Portfolio ขึ้นมาสัก 1-2 ตัวที่ใกล้เคียงกับ Project ที่ทำและลองถามดูครับ ตามหัวข้อนี้ครับ (ตรวจสอบผลงานและรีวิวจากลูกค้า)
- ราคาเท่าไหร่ และราคานี้ได้อะไรบ้าง
- ขั้นตอนการทำงาน
- การชำระเงินเป็นอย่างไร (รวดเดียว มัดจำ หรือตาม Milestone) หากแฟร์ ๆ แล้วควรมีจ่ายก่อนเริ่มงานและหลังปิดงานครับ ไม่ควรรวดเดียวก่อนเปิดงาน (หากเป็นงานเว็บไซต์หรือพัฒนาระบบ)
- ค่าบริการรายปี และการดูแลรายปี
- ส่งมอบงานอย่างไร ได้ Access อะไรบ้าง
- Hosting และ Domain Name จดที่ไหน ผู้ว่าจ้างได้อะไรบ้าง
- ข้อมูลอื่น ๆ เช่นรับทำ SEO ไหม การทำการตลาดเป็นอย่างไร
- แนะนำให้ลองเปรียบเทียบหลาย ๆ เจ้าและลองตัดสินใจดูครับ
คำถามที่พบบ่อย
1. จ้างทำเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ ราคากลางทำเว็บอยู่ประมาณไหน?
คำถามว่าจ้างทำเว็บไซต์ ราคาเท่าไหร่ดี ด้วยความที่อุตสาหกรรมมีผู้ให้บริการรองรับที่กว้างมาก ราคาในการจ้างทำเว็บไซต์เลยจะขึ้นอยู่กับขอบเขตของงาน ความซับซ้อน และบริษัทรับทำเว็บไซต์ที่เลือก หากเป็นฟรีแลนซ์ก็จะขึ้นกับคุณภาพ ประสบการณ์ และค่าตัว โดยทั่วไปอาจเริ่มต้นที่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท
ผมแนะนำให้ลองมองดูในเรื่องระยะยาวดีกว่าครับว่างานที่จะได้นั้นใช้งานได้ระยะยาวแค่ไหน เพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยนอย่างไรได้บ้าง ตรงกับความต้องการและ Roadmap ที่มีแค่ไหนครับ
สุดท้ายแล้ว ราคาที่ดีที่สุดคือราคาที่ทั้งสองฝ่ายโอเคครับ ในบทความนี้ผมจึงแทบไม่พูดถึงเรื่องราคาเลย แต่ไม่ปฎิเสธว่าราคาก็สามารถบ่งบอกคุณภาพได้ระดับหนึ่งเช่นกันครับ
2. ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้เว็บไซต์?
ระยะเวลาในการทำเว็บไซต์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเว็บไซต์และปริมาณงานของบริษัทรับทำเว็บไซต์ อย่างไรก็ตาม บางเว็บไซต์อาจใช้เวลาน้อยกว่าหรือมากกว่านี้ได้
3. จบงานแล้วควรได้อะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างควรคุยให้ชัดเจนก่อนเริ่มงานเลยครับ ว่าหลังจบงานจะได้ Access อะไรบ้าง เช่นรหัสเข้าหลังบ้าน รหัสเข้า Web Hosting หรือตัวจัดการโดเมน เป็นต้น
ทั้งนี้ผมค่อนข้างแนะนำว่าตัวโดเมนและเว็บโฮสติ้ง ควรมีสิทธิ์ในการเข้าถึงและแก้ไขครับ อย่างน้อยที่สุดคือโดเมนครับเพราะหากเกิดอะไรขึ้น ต้องการย้ายออก อย่างน้อยเว็บทำใหม่ได้แต่โดเมนหากจดใหม่แล้ว จะวุ่นวายมาก ๆ ครับ
4. SEO รวมในงานไหม
ไม่รวมครับ แม้แต่คุณจ้างเขาทำแยก แต่ก็มักจะเป็นขอบเขตงานคนละข้อกันครับ
SEO คือการทำอันดับ Google ที่ใช้เวลาทำยาวนานและหวังผลระยะยาวจริง ๆ ครับ เพราะฉนั้นบริษัทส่วนใหญ่หากรับทำเว็บและ SEO ด้วย ก็จะเป็นการตรวจรับเว็บก่อน และ SEO ตามหลังครับ
สรุป
การเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ให้คุ้มค่านั้นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งการวางแผน การเลือกรูปแบบการจ้าง การตรวจสอบผลงาน การเลือกใช้ WordPress การสอบถามขั้นตอนการทำงาน การระบุความต้องการ และการเปรียบเทียบราคา หากทำตามเคล็ดลับทั้ง 7 ข้อนี้ รับรองว่าจะได้จ้างทำเว็บไซต์ที่คุ้มค่าและตรงใจแน่นอน
DESIGN BY DA ก็มีบริการออกแบบและรับทำเว็บไซต์ WordPress เช่นกันครับ สามารถคลิกดูรายละเอียดบริการได้เลยครับ
👋จ้างทำเว็บไซต์ ที่ไหนดี? ที่นี่เลย







