Design by Da มีบริการรับแก้ปัญหาเว็บไซต์ และรับแก้ไข WordPress โดยให้บริการมาอย่างยาวนาน และได้เจอปัญหาจากเว็บไซต์แทบทุกขนาดแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ทั่วไป เว็บไซต์บริษัท เว็บไซต์ขายของ E-Commerce ต่าง ๆ โดยสายที่ผมมักจะได้รับก็ไม่พ้น “อยู่ดี ๆ เว็บก็เข้าไม่ได้” “หน้าตาเว็บเพี้ยนไปหมด” หรือ “ลูกค้ากดสั่งซื้อแล้วค้างไปเลย”
หากคุณกำลังมองหาคน รับทำเว็บไซต์ หรือ รับแก้ปัญหาเว็บไซต์ ผมรวบรวมข้อมูลสถิติมาแชร์ดังนี้เพื่อให้เห็นภาพว่าตลอดปี Design by Da เจอปัญหาอะไรไปบ้าง และควรแก้ไขปัญหาอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ทั่วไปหรือเว็บไซต์ WordPress นะครับ
ปัญหาเว็บไซต์ (ทั่วไปและ WordPress) ที่พบบ่อยที่สุด + วิธีแก้ไข
ผมได้แบ่งปัญหาออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ตามกราฟด้านล่างนี้:
50-60% ปัญหาการแสดงผล (Visual & Layout) เมนูหาย หน้าเว็บเพี้ยน รูปไม่ขึ้น
![การดูแลเว็บไซต์ WordPress ต้องทำอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร [Update 2026] 1 ตัวอย่างหน้าเว็บที่แสดงผลแปลก ๆ เพราะ Elementor มีข้อผิดพลาด](https://designbyda.com/storage/2025/12/SCR-20251227-mwbv.webp)
เป็นเคสยอดฮิตครับ เลย์เอาท์มีปัญหา รูปไม่ขึ้น หรือเว็บที่ทำจากปลั๊กอิน Page Builder เช่น elementor แสดงผลไม่ตรงกับหลังบ้าน Layout แสดงผลไม่ถูกต้อง ตรงนี้ผมเจอเยอะที่สุดในงานแก้ไขเว็บไซต์ที่ได้รับมาเลยครับ
โดยมักจะเกิดจากสาเหตุดังนี้ครับ
- การอัพเดท Theme/Plugin เวอร์ชั่นใหม่ หรือ WordPress อัพเดทใหม่เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่เดาไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นเวลากดอัพเดทต่าง ๆ และเมื่อเสร็จแล้ว อาจเกิดจาก Bug หรือ Error ของอัพเดทใหม่นั้น ๆ ทำให้เว็บไซต์มีปัญหาเรื่องการแสดงผลครับ
- อาจเป็นที่แคช (Cache) ไม่ว่าจะเป็น Plugin Cache หรือ Server Sided Cache ทำให้การแสดงผลหน้าเว็บขณะ Login กับขณะเปิด Mode Incognito/ไม่ระบุตัวตน หรือเข้าจากเครื่องอื่น การแสดงผลไม่เหมือนกัน
- อีกสาเหตุคือเรื่องของ HTTPS
- โดยเว็บไซต์อาจเพิ่งมีการย้ายเข้ามา หรือติดตั้งบน http แต่เพิ่งติดตั้ง https (SSL) เข้าไป จึงทำให้ยังมี asset ในเว็บไซต์ที่ยังเรียกไฟล์ เช่นไฟล์รูป หรือไฟล์ CSS จาก http:// อยู่ ทำให้ Layout เพี้ยนได้
- หรือ SSL หมดอายุ ทำให้ไฟล์ต่าง ๆ เช่นไฟล์รูปหรือไฟล์ CSS, JS ต่าง ๆ ที่สำคัญ ๆ ไม่สามารถถูกดึงมาได้เพราะระบบมองว่าไม่ปลอดภัย
โดยทางแก้ก็คือ อาจลองเริ่มจากการเปิด Developer Tools (กด F12 หรือ Command (⌘) + Option (⌥) + I ) และกดแท็บ Console ดูก็ได้ครับว่า Error เกิดจากอะไร ปลั๊กอินไหน ไฟล์ไหน อาจแก้ไขเริ่มจากตรงนั้นได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นรูปไม่โหลด หรือไฟล์ CSS ที่สำคัญขึ้น Not Found เป็นต้น
หรือจะง่ายยิ่งกว่าหากเคยมี Record ว่าได้ทำอะไรกับเว็บไซต์ไปแล้วบ้าง เช่นอัพเดท Theme, Plugin ตัวไหนบ้าง หรือแก้ไขโค้ดตัวไหน เป็นต้น หากอัพเดทแล้วมีปัญหาก็ลองหา Plugin Version เก่ามาใส่ทับแทนได้ครับ หรือหากเป็นการแก้โค้ดแบบ Manual ก็ลองแก้กลับดูนะครับ
20-25% WordPress หรือปลั๊กอินมีปัญหา ปลั๊กอินตีกัน เริ่มตั้งแต่ /wp-admin/ เข้าไม่ได้ ฟอร์มส่งไม่ติด หรือฟังค์ชั่นหลายๆ อย่างใช้งานไม่ได้
![การดูแลเว็บไซต์ WordPress ต้องทำอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร [Update 2026] 2 ตัวอย่างอีเมลที่ได้รับเมื่อเว็บไซต์ WordPress มีปัญหา](https://designbyda.com/storage/2025/12/SCR-20251216-swox-scaled.webp)
เป็นเคสยอดฮิตเช่นกันกับข้อแรกครับ ผมขอแยกเป็น 3 ประเภทย่อย ๆ ดังนี้
1. Update WordPress แล้วเว็บพัง
ปกติแล้วก่อนแก้ไขเว็บไซต์ WordPress ทุกครั้ง ผมก็มักจะถามลูกค้าก่อนว่า “ได้แก้ไขอะไรในเว็บไซต์ไปไหม” หรือ “ได้อัพเดทธีม ปลั๊กอิน หรือ WordPress Core หรือเปล่า” ซึ่งบ่อยครั้งที่ลูกค้าจะบอกแค่ว่า “ได้อัพเดทไปค่ะ แล้วก็พังเลย” ตรงนี้ก็จะสามารถไล่เช็คได้เลยครับหรือสันณิษฐานเบื้องต้นได้ครับว่า เพราะอัพเดททำให้เกิดปัญหา และเราก็ลองไล่หาดูครับว่าเป็นจากปลั๊กอินตัวไหน (หรือถ้าลูกค้าบอกได้ก็จะดีเลย) หรือหากไม่สามารถบอกได้ เราก็สามารถไล่ดูได้จาก Error Log หรือไล่ตามฟังค์ชั่นของปลั๊กอินนั้นๆ ที่ทำให้เว็บมีปัญหาได้ครับ
2. ปลั๊กอินหลายตัวในเว็บเดียวกัน ที่ความสามารถเดียวกัน ทำงานซ้ำกัน
โดยปกติแล้ว การลง Plugin ใน WordPress ผมจะแนะนำให้ลงตามความจำเป็นเท่านั้นครับ เคสนี้ที่ผมเจอเยอะและเจอบ่อย ยกตัวอย่างเช่น ปลั๊กอินแคช (Cache) ที่ใช้ปรับความเร็วเว็บไซต์เป็นต้น
บางเว็บที่ผมเคยแก้ มีทั้ง WP Rocket, WP Fastest Cache, FlyingPress ในเว็บเดียวกัน ผมจะไม่แนะนำให้ทำวิธีนี้อย่างแรง หากคุณไม่รู้ว่าคุณทำอะไรอยู่ (จริง ๆ สามารถใช้ร่วมกันได้แต่คุณต้องเข้าใจการทำงาน รวมถึงรู้ถึงโครงสร้างเว็บไซต์ และผลลัพธ์ที่คุณอยากได้จริง ๆ) เนื่องจากความสามารถของปลั๊กอินพวกนี้มันมีหลายอย่างที่เหมือนกัน และทำงานทับกันครับ
หรืออีกเคสที่เจอบ่อยเช่นกันคือปลั๊กอินที่ทำ Image Optimization เช่น Imagify, ShortPixel เป็นต้น โดยปลั๊กอินพวกนี้มีหน้าที่เดียวกัน แต่พอเปิดสองอันพร้อมกัน มันก็ทำงานตีกัน ทำให้รูปภาพในเว็บไซต์ไม่แสดงผลหรือแสดงผลมั่ว เป็นต้น
หรืออีกเคสนึงที่เจอก็คือมีปลั๊กอิน SEO ในเว็บไซต์หลายอัน แน่นอนครับความสามารถตีกันแน่นอน
โดยทั้งหมดที่ผมแนะนำมาในที่นี้ หลายปลั๊กอินเขามักจะมี Safeguard ที่แจ้งเตือนว่าคุณมีปลั๊กอินที่ความสามารถซ้ำกันเปิดอยู่นะ ให้ปิดอันใดอันหนึ่ง หรือบางอันไม่ยอมให้เปิดพร้อมกันเลยก็มีครับ
3. ปลั๊กอิน/Theme เลิกพัฒนาแล้ว
![การดูแลเว็บไซต์ WordPress ต้องทำอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร [Update 2026] 3 ตัวอย่าง Plugin WordPress ที่เลิกพัฒนาแล้ว](https://designbyda.com/storage/2025/12/SCR-20251210-lgzi-scaled.webp)
เป็นเคสที่ผมเจอ 2-3 เว็บไซต์เหมือนกันครับ ที่ผมแจ้งลูกค้าว่า Plugin ตัวนี้เปิดมาไม่มีแล้วนะ อัพเดทไม่ได้แล้ว เพราะไม่ได้มีการพัฒนาแล้ว หรือโดนแบนจาก wordpress.org ทำให้อัพเดทกันต่อไม่ได้ และอาจเปิดให้เจอช่องโหว่ต่าง ๆ ในเว็บไซต์ครับผม
10-15% ปัญหาของโฮสติ้ง หรือเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บล่มบ่อย เว็บช้า ลืมต่ออายุเว็บโฮสติ้ง
“เลือกโฮสดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” เป็นคำแนะนำที่ผมให้กับลูกค้าทุกคน เพราะว่านอกจากเรื่องของประสิทธิภาพของ Server เช่นความเร็ว ความปลอดภัยแล้ว การที่เว็บล่มบ่อย เว็บช้า การ Support ตรงนี้ก็มีผลต่อความราบรื่นของการใช้งานมาก ๆ ครับ และความราบรื่นของเว็บก็มีผลกับ SEO ด้วย (หากเว็บล่มและ Google หรือ AI ตัวอื่น ๆ มาเก็บข้อมูลอยู่ อันนี้กระทบกับ SEO ได้เลยครับ)
ส่วนการลืมต่ออายุเว็บโฮสติ้ง (หรือโดเมนเนมด้วยสำหรับบางเจ้า) อันนี้สำคัญครับ ผู้ให้บริการโฮสติ้งส่วนใหญ่มักจะแจ้งเตือนก่อนหมดอายุ 30 วัน, 14 วัน, 7 วัน หรือ 3 วันก่อนหมดอายุครับ หากไม่ได้จ่ายก็จะแล้วแต่เงื่อนไขครับว่ากี่วันลบข้อมูล ตรงนี้ผู้ดูแลเว็บไซต์ควรให้ความสำคัญมาก ๆ ครับ
![การดูแลเว็บไซต์ WordPress ต้องทำอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร [Update 2026] 4 ตัวอย่างเงื่อนไขการลบข้อมูลของผู้ให้บริการโฮสติ้งเจ้าหนึ่ง](https://designbyda.com/storage/2025/12/SCR-20251227-mnqn.webp)
5% เว็บโดนมัลแวร์และความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์โดนแฮ็ค หรือเข้าเว็บไซต์และเป็นเว็บพนัน (ไม่ค่อยพบแต่ความเสียหายหนักที่สุด)
![การดูแลเว็บไซต์ WordPress ต้องทำอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร [Update 2026] 5 ตัวอย่างไฟล์แปลกปลอมในระบบ WordPress ที่โดนมัลแวร์](https://designbyda.com/storage/2025/12/SCR-20250522-uasz-scaled.webp)
เว็บไซต์เข้าไปแล้ว เด้งไปยังเว็บพนัน หรือ Google ขึ้นเตือนสีแดงว่า “Deceptive Site” หรือมี Pop-up ประหลาดโผล่ขึ้นมา แม้จะพบน้อยกว่าเคสอื่น แต่ค่าเสียหายสูงที่สุดครับ ในขณะที่การแก้หน้าเว็บเพี้ยน หรือเคสที่ผมเล่าให้ฟังด้านบน อาจใช้เงินหลักร้อยหรือพันต้นๆ แต่บริการรับแก้ปัญหาเว็บไซต์ที่โดนมัลแวร์ (Clean up & Recovery) มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 10-20 เท่า เพราะต้องกู้คืนเว็บให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่งหลาย ๆ เคสที่ผมเคยแก้ไขมา ผมแนะนำว่าทำเว็บใหม่จาก 0 จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับผม
วิธีดูแลเว็บไซต์ที่ถูกต้อง (ทั้งแบบที่เป็น WordPress และเว็บทั่วไป)
คุณไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเป็น หรือหากคุณใช้ WordPress คุณก็ไม่จำเป็นต้องเป็น Developer ก็สามารถดูแลเว็บเบื้องต้นได้ นี่คือสิ่งที่ผมแนะนำลูกค้าที่ผมดูแลเว็บไซต์ครับ
1. กฎเหล็ก: “Backup ก่อนเสมอ”
ก่อนที่คุณจะกดปุ่ม Update อะไรก็ตาม ให้ Backup ข้อมูลก่อน
- วิธีทำ: ติดตั้งปลั๊กอินอย่าง UpdraftPlus/All-in-One Migration หรือถามโฮสติ้งว่ามีระบบ Auto Backup รายวันไหม (ถ้ามี ถามเขาด้วยนะครับ ว่า Backup กี่โมง เวลาย้อนกลับไปจะได้ย้อนไปเวลานั้นๆ ครับ)
- ทำไม: ถ้าอัปเดตแล้วเว็บพัง คุณสามารถกดย้อนเวลา (Restore) กลับมาได้ภายใน 5 นาที
2. อย่ารีบอัพเดต (ใจเย็นๆ)
![การดูแลเว็บไซต์ WordPress ต้องทำอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร [Update 2026] 6 ตัวอย่างกระทู้เว็บไซต์พังเพราะ Update ใหม่ในกลุ่ม Elementor](https://designbyda.com/storage/2025/12/SCR-20251227-mthi.webp)
ยกเว้น Security Patch ที่ต้องรีบลง สำหรับปลั๊กอินใหญ่ๆ อย่าง WooCommerce, WPML, Elementor (ยอดฮิตเลย) หรือแม้กระทั่ง WordPress Core เองก็ตาม ให้รอสัก 3-5 วันหลังจากเวอร์ชันใหม่ออก เพื่อให้คนอื่นเจอ Bug ก่อนเรา และให้ผู้พัฒนารีบแก้ไขให้เร็ว ยอมรับว่าตรงนี้เห็นว่าพังกันมาเยอะครับ
3. เข้าใจว่าปลั๊กอินไหน ทำงานอะไรบ้าง
ยิ่งมีปลั๊กอินเยอะ โอกาสที่เว็บจะพังยิ่งสูง ตรวจสอบปลั๊กอินทุกเดือน อันไหนไม่ได้ใช้ให้ Deactivate และ Delete ทิ้งไปเลยครับ เว็บเบาลง = เว็บเร็วขึ้นและเสถียรขึ้น และมีอะไรให้ปวดหัวน้อยลงครับ
4. ลงทุนกับความปลอดภัยก่อนเกิดเหตุ
อย่ารอให้โดนเรียกค่าไถ่ก่อนค่อยหาคนแก้ครับ ไล่ตั้งแต่การเลือกใช้เว็บโฮสติ้งที่ปลอดภัย การติดตั้ง Security Plugin เช่น Wordfence หรือ Solid Security หากเว็บคุณมีการเก็บข้อมูลที่ Sensitive และเลือกใช้เฉพาะปลั๊กอินและธีมเฉพาะจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
5. รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเรียกมืออาชีพ
หากหน้าเว็บขึ้นตัวหนังสือภาษาอังกฤษยาวเหยียด (PHP Fatal Error) หรือเข้าหลังบ้านไม่ได้ อย่าพยายามแก้เองถ้าไม่มีความรู้ เพราะอาจทำให้วิกฤติเป็นวิบัติได้นะครับ
- คำแนะนำ: ควรมีคอนแทคผู้ให้บริการ รับแก้ปัญหา WordPress ติดตัวไว้สำหรับเคสฉุกเฉิน หรือจ้าง รับดูแลเว็บไซต์ รายเดือนเพื่อให้มืออาชีพคอยมอนิเตอร์แทนคุณ
รับแก้ปัญหาเว็บไซต์ แก้ปัญหาเว็บไซต์ WordPress เริ่มต้น 500 บาทเท่านั้น!
เว็บไซต์ก็เหมือนรถยนต์ ต้องมีการถ่ายน้ำมันเครื่อง (Update), ต่อประกัน (Backup), และบางครั้งก็ต้องเข้าอู่หาช่าง (Developer) ดูแลมันให้ดี แล้วมันจะเป็นเครื่องมือทำเงินให้คุณตลอด 24 ชั่วโมงครับ



